ฉนวนกันเสียง…วัสดุช่วยให้บ้านเงียบขึ้น ใครที่อาศัยอยู่คอนโดมิเนียม หรือบ้านพักอาศัยที่อยู่ติดถนนใหญ่ หรือในแหล่งชุมชน คงต้องพบเจอกับปัญหาเรื่องเสียงดังรบกวนเป็นแน่ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากข้างห้อง หรือเสียงจากรถราที่วิ่งไปมา ฉนวนกันเสียงจึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเราแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้นั่นเอง

เพราะปัญหามลภาวะทางเสียง มันใช่ปัญหาเล็ก ๆ ที่เราจะมองข้ามไปได้ เพราะหากต้องพบเจอนานเข้าจะพาให้เรานอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิทำงาน หรือหนักเข้ากลายเป็นโรคเครียดไปได้เช่นกัน จริง ๆ แล้วฉนวนกันเสียงมีใช้งานกันมานาน แต่เมื่อก่อนมักจะใช้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้องประชุม ห้องส่งวิทยุ ห้องส่งโทรทัศน์ ห้องบันทึกเทปโทรทัศน์ หรือใช้ตามโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ปัจจุบันได้มีการออกแบบพัฒนามาให้ใช้งานกับบ้านพักอาศัยได้สะดวกมากขึ้น ตอบโจทย์เรื่องเสียงรบกวนจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่รู้จักประโยชน์ของวัสดุกันเสียงว่าคืออะไร ใช้งานแบบไหน วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับวัสดุกันเสียงชนิดต่าง ๆ ว่ามีแบบไหนบ้างที่นิยมใช้งาน และคุณสมบัติแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร เพื่อจะเลือกมาใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะกับบ้านของเรารู้จักกับ ฉนวนกันเสียง ก่อนที่จะออกแบบตกแต่ง วัสดุช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ให้กับบ้านพักและที่พักอาศัย คืนความสุขให้กับการพักผ่อนของเราอย่างแท้จริง

ปัญหาเรื่องเสียงรบกวนเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่พบได้บ่อย โดยเสียงรบกวนนั้นมักเกิดทั้งจากภายนอกหรือเสียงภายใน แม้บางคนอาจมองข้ามแต่ในระยะยาวแล้ว ปัญหาเรื่องเสียงรบกวนอาจส่งผลกระทบต่อการพักอาศัยภายในบ้าน และนอกจากการติดตั้งฉนวนกันเสียงแล้ว การมิกซ์แอนด์แมทซ์เรื่องการติดตั้งฉนวนกันเสียงให้เหมาะเจาะกับ 3 ห้องสำคัญก็เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงอยากนำเสนอเคล็ดลับการมิกซ์แอนด์แมทซ์การติดตั้งฉนวนกันเสียงที่จะทำให้ห้องต่างๆ สวยงามได้ด้วย

– ห้องนอน

เป็นห้องที่ต้องการความสงบเพราะเป็นห้องที่ใช้เพื่อการพักผ่อนเป็นหลัก จึงควรติดตั้งฉนวนป้องกันเสียงในโครงคร่าวๆ ที่บริเวณผนังด้านที่ติดกับห้องข้างๆ เพื่อป้องกันเสียงจากภายนอกเข้ามารบกวน และติดตั้งฉนวนดูดซับเสียงผนังบริเวณหัวนอนซึ่งเป็นจุดตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดเสียง เพื่อลดเสียงสะท้อน และเป็นการเพิ่มจุดสนใจให้กับห้อง โดยอาจใช้ฉนวนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส จัดเรียงสลับสีกันจนเกิดเป็นลวดลายมีดีไซน์ โทนสีที่เหมาะกับห้องนอนควรเป็นสีอ่อนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเช่นสีขาว ครีม น้ำตาลอ่อน และอาจแซมสีให้ดูหวานแต่ยังอยู่ในโทนเย็น เช่นชมพู เขียวอ่อน

– ห้องนั่งเล่น

เนื่องจากเป็นห้องที่มีปริมาณการใช้เสียงสูงกว่าห้องนอน เพราะมักเป็นห้องศูนย์รวมของสมาชิกภายในบ้าน เพื่อใช้ทำกิจกรรมยามว่างร่วมกัน เช่นดูทีวี ฟังเพลง หรือจัดกิจกรรมที่ส่งเสียงดัง จึงแนะนำให้ติดตั้งฉนวนป้องกันเสียงในโครงคร่าวเพื่อป้องกันเสียงรบกวน จากนั้นติดตั้งฉนวนดูดซับเสียงประมาณ 35 % ของพื้นที่ผนังทั้ง 4 ด้าน เพื่อลดเสียงสะท้อนและดูดซับเสียงภายในห้องไม่ให้ออกไปรบกวนภายนอก สำหรับโทนสีที่เหมาะควรคำนึงถึงสไตล์ของห้องและเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ อาจเน้นให้เลือกสีที่ดูสบายตา อบอุ่น หากต้องการใช้มากกว่า 2 สีควรคุมโทนสีให้มีความใกล้เคียงกันเช่นสีเบจ สีขาว ครีมหรือดำ น้ำตาล เทา รูปแบบการจัดเรียงอาจใช้แผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กเรียงสลับกับขนาดใหญ่ สร้างสรรค์ให้ผนังดูมีดีไซน์

– ห้องเอนเตอร์เทนเม้นท์

เช่น ห้องซ้อมดนตรี ห้องคาราโอเกะ หรือห้องโฮมเธียร์เตอร์ ลักษณะการใช้งานอาจคล้ายกับห้องนั่งเล่น แต่ห้องเอนเตอร์เทนเม้นท์อาจมีการใช้เสียงที่มีค่าเสียงรบกวนสูงกว่า จึงเป็นห้องที่ควรเก็บเสียงไม่ให้รบกวนพื้นที่ข้างเคียง และป้องกันเสียงจากภายนอกเข้ามารบกวน ดังนั้นแนะนำให้ติดตั้งฉนวนป้องกันเสียงในโครงคร่าวและฉนวนดูดซับเสียงบริเวณผนังทั้ง 4 ด้าน ดีไซน์และรูปแบบการจัดเรียงฉนวนให้คำนึงถึงไลฟ์สไตล์การใช้งานของห้อง เช่น ห้องโฮมเธียร์เตอร์เน้นการจัดเรียงแบบเรียบง่ายไม่มีลวดลายมากนัก อาจใช้ฉนวนรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่วางเรียงต่อกัน โดยใช้โทนสีเข้ม หรือดำ เพื่อลดการดึงดูดทางสายตา เนื่องจากเป็นห้องที่ต้องการการโฟกัสไปที่จุดๆ เดียว สำหรับห้องคาราโอเกะหรือห้องซ้อมดนตรี มักเน้นดีไซน์ที่สร้างความตื่นตัวและความสนุกสนานด้วยสีสันที่สดใส เรียงตัดกัน เช่น สีแดง ฟ้า เหลือง ดำ หรือหากเจ้าของบ้านชอบห้องที่ดูเรียบง่าย สบายตา ก็สามารถดีไซน์ผนังโดยใช้ฉนวนโทนสีอ่อน อย่างเทา ขาว เบจ ในการตกแต่งได้เช่นกัน